เงินดอลลาร์สหรัฐยังคงแข็งค่าต่อเนื่องในเซสชันเอเชียวันที่ 25 กันยายน 2569 โดยดัชนีดอลลาร์พุ่งขึ้นใกล้ระดับ 101.80 แรงขับเคลื่อนหลักไม่ได้มาจากข้อมูลใดข้อมูลหนึ่ง แต่มาจากการประเมินราคาใหม่ของตลาดต่อเส้นทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ช่วง 3.75%-4.00%
สิ่งที่ทำให้ตลาดต้องประเมินใหม่คือถ้อยแถลงและ dot plot หลังการประชุม ซึ่งชี้ว่าคณะกรรมการมองว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อยังสูงกว่าความเสี่ยงด้านการจ้างงาน ประตูสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมจึงยังเปิดอยู่ ภาพนี้แตกต่างจากที่ตลาดเคยคาดว่าจะมีการผ่อนคลายนโยบาย จึงทำให้เงินดอลลาร์ได้รับแรงซื้ออย่างต่อเนื่อง
ตลาดพันธบัตรตอบสนองรุนแรงกว่าตลาดปริวรรตเงินตรา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีทะลุ 5.09% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ขณะที่อายุ 30 ปีเข้าใกล้ 5.39% การที่ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเร็วเช่นนี้หมายความว่าตลาดกำลังกำหนดราคาให้กับสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยสูงนานขึ้น และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยหนุนเงินดอลลาร์ที่ตรงที่สุด
เมื่อมองคู่เงินหลัก ความแข็งแกร่งของดอลลาร์แผ่ไปทั่ว เงินยูโรอ่อนค่าลงใกล้ 1.1375 เงินปอนด์ทรงตัวเหนือ 1.3200 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน เงินดอลลาร์ออสเตรเลียเคลื่อนไหวรอบ 0.7010 ขณะที่เงินดอลลาร์แคนาดาแข็งค่าขึ้นเป็นวันที่ห้าติดต่อกันสู่ 1.4140 จากแรงกดดันสองด้านทั้งราคาน้ำมันที่อ่อนตัวและดอลลาร์ที่แข็งค่า
เงินเยนเป็นหนึ่งในไม่กี่สกุลที่ยังมีความยืดหยุ่น USD/JPY ถอยลงจากจุดสูงสุดรอบสามสัปดาห์ที่ประมาณ 159.00 หลังรัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นกล่าวว่าการขึ้นดอกเบี้ยล่าสุดของธนาคารกลางญี่ปุ่นเป็นไปเพื่อบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ และคาดว่าธนาคารกลางจะดำเนินนโยบายที่เหมาะสมโดยประสานกับรัฐบาล ถ้อยแถลงนี้ถูกตีความว่าเป็นการตอบสนองทางอ้อมต่อเงินเยนที่อ่อนค่า
คู่เงินครอสก็ส่งสัญญาณชัดเจน EUR/JPY ทดสอบแนวรับเส้นค่าเฉลี่ย 9 วันใกล้ 180.10 ขณะที่อยู่ในช่องทางขาลง AUD/JPY ร่วงลงใกล้ 111.10 และหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 100 วัน ทำให้โครงสร้างขาลงชัดเจนขึ้น
สำหรับนักลงทุนไทยที่ซื้อขายคู่เงินหลัก ข้อควรระวังคือความผันผวนที่สูงขึ้นในสภาวะเช่นนี้ การเคลื่อนไหวเกิน 100 จุดต่อวันเป็นเรื่องปกติ การลดขนาดโพซิชันและตั้งจุดตัดขาดทุนอย่างมีวินัยสำคัญกว่าการคาดเดาทิศทาง ขณะที่ผู้ที่ถือสินทรัพย์เป็นดอลลาร์อาจได้ประโยชน์จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย แต่ต้องระวังการกลับตัวของความคาดหวังนโยบายซึ่งมักเกิดขึ้นรวดเร็ว