น้ำมันดิบปรับตัวลงจากระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ปิดตลาดวันศุกร์ที่ระดับ 88.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงจากระดับสูงสุดที่ 94.84 ดอลลาร์ที่ทำไว้ในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา การปรับตัวลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่กลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) มีมติอนุมัติการเพิ่มกำลังการผลิตเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันในเดือนกรกฎาคม ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน
การตัดสินใจของกลุ่มโอเปกพลัสสะท้อนให้เห็นว่าทางกลุ่มยังคงเดินหน้านโยบายเพิ่มอุปทานน้ำมันสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์จากจีนที่อาจชะลอตัวลงก็ตาม นักวิเคราะห์จาก XM คาดว่าราคาน้ำมันอาจยังคงผันผวนในระยะสั้น โดยมีแนวรับสำคัญที่ 85 ดอลลาร์และแนวต้านที่ 95 ดอลลาร์
GBP/USD ผันผวนรุนแรงช่วงปิดตลาดวันศุกร์
คู่สกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิงต่อดอลลาร์สหรัฐ (GBP/USD) มีความผันผวนอย่างรุนแรงในช่วงท้ายของสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเคลื่อนไหวในกรอบกว้างหลังจากที่มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของทั้งสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ ปอนด์ปิดตลาดวันศุกร์ที่ระดับ 1.33296 ดอลลาร์ต่อปอนด์
ข้อมูลการจ้างงานของสหราชอาณาจักรที่ออกมาดีกว่าคาดเป็นปัจจัยหนุนให้ปอนด์แข็งค่าขึ้นในช่วงสั้นๆ อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่ากลับมาส่งผลให้ปอนด์อ่อนค่าลงอีกครั้งในเวลาต่อมา ความผันผวนดังกล่าวเป็นโอกาสสำหรับนักเทรดที่ใช้กลยุทธ์ระยะสั้น
ผลกระทบต่อตลาดการเงินเอเชีย
การแข็งค่าของดอลลาร์และความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันสูง ซึ่งต้องเผชิญกับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น แม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวลงจากจุดสูงสุดแล้วก็ตาม
สำหรับนักลงทุนไทย การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทยังคงถูกกดดันจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน โดยบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในระยะสั้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ปัจจัยที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้
นักเทรดควรติดตามการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันพุธ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของดอลลาร์และความคาดหวังต่อนโยบายของเฟด นอกจากนี้ ยังต้องจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์นี้ด้วย
XM ขอแนะนำให้เทรดเดอร์ติดตามปฏิทินเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดและปรับกลยุทธ์การเทรดให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การใช้คำสั่งหยุดขาดทุนและจำกัดขนาดของการเทรดแต่ละครั้งเป็นแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่ควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด