ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเปิดไตรมาสที่สามของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย นักลงทุนทั่วโลกหันมาถือครองดอลลาร์สหรัฐท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่โดฮาสิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อยุติ ส่งผลให้ตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
ดัชนีดอลลาร์ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 101.50 ในช่วงเช้าวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 โดยได้ปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) เดือนพฤษภาคมที่เพิ่มขึ้น 172,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แม้ว่านักวิเคราะห์จะคาดว่าตัวเลข NFP เดือนมิถุนายนที่จะประกาศในวันพฤหัสบดีนี้อาจชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 110,000 ตำแหน่งก็ตาม
นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรปยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์ การปรับตัวลดลงของค่าเงินยูโรหลังข้อมูลเศรษฐกิจยูโรโซนที่อ่อนแอ และความไม่แน่นอนทางการเมืองในฝรั่งเศสที่ยังคงมีอยู่ ส่งผลให้นักลงทุนเลือกที่จะถือครองดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก
ทางด้านมุมมองนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนดัชนีดอลลาร์ ประธานเฟดคาวิน วอร์ช (Warsh) มีกำหนดแถลงการณ์ในเร็วๆ นี้ ซึ่งตลาดจะจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ธนาคารกลางหลักทั่วโลกอย่างเฟด อีซีบี และธนาคารแห่งอังกฤษต่างส่งสัญญาณว่าจะลดการใช้แนวทาง forward guidance ซึ่งอาจหมายถึงความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก หลังจากค่าเงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี ทำให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่า BOJ อาจต้องเข้าแทรกแซงตลาดอีกครั้ง โดยไม่ส่งสัญญาณล่วงหน้า หลังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนมาใช้แนวทาง ซุ่มโจมตี ในการแทรกแซงค่าเงินเยน ซึ่งต่างจากในอดีตที่มักจะส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า
ช่องว่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่กว้างมาก โดยดอกเบี้ยเฟดอยู่ที่ 3.50%-3.75% ขณะที่ BOJ อยู่ที่เพียง 1% ยังคงเป็นปัจจัยโครงสร้างที่กดดันค่าเงินเยนต่อไป แม้ว่าญี่ปุ่นจะใช้เงินถึง 11.7 ล้านล้านเยนในการแทรกแซงในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ค่าเงินเยนก็กลับมาอ่อนค่าอีกครั้งอย่างรวดเร็วหลังจากนั้น
สำหรับแนวโน้มระยะสั้น ดัชนีดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มที่จะยังคงแข็งค่าได้ท่ามกลางความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น แต่การประกาศตัวเลขการจ้างงาน NFP เดือนมิถุนายนในวันพฤหัสบดีนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจสร้างความผันผวนให้กับตลาด ถ้าตัวเลขออกมาอ่อนแอกว่าคาด อาจทำให้เฟดชะลอการขึ้นดอกเบี้ยและกดดันดอลลาร์ให้อ่อนค่าลงได้ในระยะสั้น
นักลงทุนควรจับตาการแถลงของประธานเฟดวอร์ช รวมถึงข้อมูลเงินเฟ้อ PCE ที่จะประกาศในสัปดาห์หน้า เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์ต่อไป