ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่าดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมิถุนายน 2569 ลดลง 0.3% จากเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นเพียง 5.5% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 6.2% ขณะที่ PPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 4.7% ก็ต่ำกว่าคาดเช่นกัน ข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์ DXY ร่วงลง 0.5% แตะระดับ 100.40
การอ่อนค่าของดอลลาร์ส่งผลให้สกุลเงินหลักอื่นปรับตัวแข็งค่าขึ้นทั่วหน้า คู่สกุลเงิน EUR/USD พุ่งขึ้นแตะ 1.1475 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลเงินเฟ้อของสเปนที่ยังคงทรงตัวที่ 3.6% ซึ่งจำกัดโอกาสที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม
คู่สกุลเงิน GBP/USD ปรับตัวขึ้นกว่า 1% แตะ 1.3550 โดยได้แรงหนุนจากปัจจัยบวกสามประการ ได้แก่ การอ่อนค่าของดอลลาร์ ความคาดหวังว่ารัฐบาลอังกฤษจะแต่งตั้งรัฐมนตรีคลังสายอนุรักษ์นิยมทางการคลัง และความคาดหวังว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเนื่องจากราคาพลังงานที่ยังคงสูงอยู่
ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD/USD) ปรับตัวขึ้นแตะ 0.7020 โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่แข็งแกร่งกว่าคาด จีดีพีจีนไตรมาส 2 ขยายตัว 4.3% และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 5.3% ในเดือนมิถุนายน ค่าเงินดอลลาร์แคนาดายังคงแข็งค่าใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมัน WTI ที่พุ่งขึ้นแตะใกล้ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นักลงทุนจับตาการประชุม FOMC ในสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด ขณะที่ตลาดฟิวเจอร์สชี้ว่าความน่าจะเป็นที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมลดลงเหลือเพียงประมาณ 20% เท่านั้น