18 มิถุนายน 2569 — สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางพลิกผันครั้งสําคัญ เมื่อช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้สัญจรอีกครั้งหลังจากถูกปิดกั้นเป็นเวลาหลายสัปดาห์ เรือบรรทุกน้ํามันของอิหร่านลําแรกได้ผ่านช่องแคบดังกล่าวสําเร็จ ความคืบหน้านี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้การสนับสนุนกรอบข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งน้ํามันที่สําคัญที่สุดของโลก โดยรองรับการขนส่งน้ํามันดิบทางทะเลประมาณหนึ่งในสามของโลก ก่อนหน้านี้กองทัพสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาค ทําให้การสัญจรผ่านช่องแคบถูกขัดขวาง สร้างความตื่นตระหนกด้านอุปทานน้ํามันทั่วโลก การเปิดช่องแคบอีกครั้งช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านอุปทานในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม จุดยืนของสหรัฐฯ ยังคงมีเงื่อนไข รัฐบาลทรัมป์เตือนอย่างชัดเจนว่า หากอิหร่าน “ก่อปัญหา” หรือละเมิดข้อตกลงหยุดยิง กองทัพสหรัฐฯ อาจกลับมาปฏิบัติการทางทหารได้ทุกเมื่อ มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็น “กรอบชั่วคราว” สําหรับการหยุดยิง และสหรัฐฯ จะเฝ้าระวังการละเมิดใดๆ จากอิหร่านอย่างใกล้ชิด
จากมุมมองของตลาดน้ํามัน EIA คาดการณ์ในรายงานแนวโน้มพลังงานระยะสั้นล่าสุดว่าอุปสงค์น้ํามันทั่วโลกจะปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยจํากัด upside ของราคาน้ํามัน ราคาน้ํามัน WTI ปรับตัวลดลงสู่ 75.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะสมการปรับตัวลดลงกว่า 27% ในรอบเดือนที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์ชี้ว่า การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเป็นปัจจัยบวกระยะสั้น แต่ตลาดน้ํามันโลกยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากทั้งฝั่งอุปสงค์ที่อ่อนแอและการตัดสินใจด้านกําลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ การประชุม OPEC+ ที่จะถึงนี้จะเป็นเหตุการณ์สําคัญต่อไปที่นักลงทุนต้องจับตามอง