ตลาดน้ำมันดิบโลกในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2026 กำลังเผชิญกับการปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี หลังจากมีความคืบหน้าในการคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันดิบ WTI ได้ลดลงจากจุดสูงสุด ขณะที่นักลงทุนเปลี่ยนความสนใจกลับไปที่ปัจจัยพื้นฐานด้านอุปสงค์และอุปทาน
สาเหตุหลักที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันขึ้นสู่ระดับสูงในรอบหลายปีคือความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่สร้างความกังวลต่อความปลอดภัยในการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม การเจรจาทางการทูตที่ดำเนินไปในเดือนพฤษภาคมได้ช่วยลดความตึงเครียดลงบ้าง
จากด้านอุปทาน นโยบายการผลิตของกลุ่มโอเปกพลัสยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา กลุ่มพันธมิตรได้ประกาศแผนเพิ่มการผลิตอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 แต่ยังไม่ชัดเจนว่าประเทศสมาชิกจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ตามแผนหรือไม่ เนื่องจากหลายประเทศประสบปัญหาในการขยายกำลังการผลิต
ด้านอุปสงค์ ความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของประเทศเศรษฐกิจหลักแสดงผลที่ไม่สม่ำเสมอ การเติบโตทางเศรษฐกิจของยุโรปยังคงอ่อนแอ ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนก็เผชิญกับความท้าทาย ปัจจัยเหล่านี้ร่วมกันจำกัดการเติบโตของความต้องการน้ำมัน
สำหรับแนวโน้มราคาในระยะสั้น นักวิเคราะห์พลังงานระบุว่าราคาน้ำมันจะขึ้นอยู่กับสามปัจจัยหลัก ได้แก่ วิวัฒนาการของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง การเปลี่ยนแปลงกำลังการผลิตที่แท้จริงของโอเปกพลัส และทิศทางของเศรษฐกิจโลก
การเข้าสู่ฤดูร้อนของซีกโลกเหนือจะเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน เนื่องจากความต้องการน้ำมันเบนซินจะเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูการเดินทาง แต่อุปทานที่เพิ่มขึ้นจากโอเปกพลัสอาจจำกัดการปรับตัวขึ้นของราคา
นักเทรดควรติดตามข่าวสารด้านภูมิรัฐศาสตร์และข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญอย่างใกล้ชิด เนื่องจากตลาดน้ำมันในเดือนมิถุนายนมีแนวโน้มที่จะมีความผันผวนสูงจากทั้งปัจจัยด้านอุปสงค์ อุปทาน และภูมิรัฐศาสตร์