เดือนมิถุนายน 2026 กำลังกลายเป็นเดือนที่สำคัญที่สุดของปีสำหรับตลาดฟอเร็กซ์ทั่วโลก โดยธนาคารกลางหลักสามแห่ง ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) จะประกาศอัตราดอกเบี้ยภายในระยะเวลาเพียง 8 วัน สร้างความผันผวนครั้งใหญ่ให้กับตลาดปริวรรตเงินตรา
ธนาคารกลางยุโรปจะเป็นแห่งแรกที่ประกาศในวันที่ 11 มิถุนายน โดยตลาดคาดการณ์ว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐาน จาก 2.00% เป็น 2.25% การปรับขึ้นนี้มีสาเหตุหลักมาจากอัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนที่ยังคงสูงถึง 3.0% ในเดือนเมษายน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของอีซีบีอย่างมีนัยสำคัญ
ถัดมา ธนาคารกลางสหรัฐจะประชุมในวันที่ 16-17 มิถุนายน ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของประธานเฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช ที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม คณะกรรมการเฟดยังคงมีมุมมองที่แตกต่างกันอย่างมาก โดยในการประชุมเดือนเมษายนมีมติ 8 ต่อ 4 ที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50%-3.75% ซึ่งเป็นคะแนนเสียงที่มีความแตกแยกมากที่สุดตั้งแต่เดือนตุลาคม 1992
ธนาคารกลางอังกฤษจะประกาศในวันที่ 18 มิถุนายน ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักรลดลงเหลือ 2.8% ในเดือนเมษายน จาก 3.3% ในเดือนมีนาคม ซึ่งต่ำกว่าที่ธนาคารกลางคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดกลับมาถกเถียงถึงความเป็นไปได้ในการลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี
สำหรับค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิง ปัจจุบันซื้อขายที่ประมาณ 1.344 ดอลลาร์สหรัฐ และ 1.154 ยูโร ความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารกลางอังกฤษ (3.75%) และธนาคารกลางยุโรป (2.00%) ที่ 175 จุดพื้นฐาน ยังคงสนับสนุนค่าเงินปอนด์ แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงจะลดโอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ยก็ตาม
ค่าเงินยูโรได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังการปรับขึ้นดอกเบี้ยของอีซีบี ในเดือนพฤษภาคม 2026 ยูโรมีอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยที่ 1.1681 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 1.1274 ในเดือนพฤษภาคม 2025 หรือแข็งค่าขึ้นประมาณ 3.6% ในรอบปี
สำหรับตลาดเกิดใหม่ ค่าเงินรูปีอินเดียอ่อนค่าลงเล็กน้อยจาก 93.48 เป็น 95.53 ต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินหยวนจีนยังคงแข็งแกร่งที่ระดับ 6.80 ต่อดอลลาร์สหรัฐ
นักวิเคราะห์คาดว่าตลาดฟอเร็กซ์ในเดือนมิถุนายนจะมีความผันผวนสูง นักลงทุนต้องติดตามข้อมูลเงินเฟ้อและสัญญาณนโยบายจากธนาคารกลางต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์การซื้อขายให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป