วันที่ 24 กรกฎาคม 2026 ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น กองกำลังฮูตีโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 100.69 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7% ขณะที่น้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 6% มาอยู่ที่ 92.19 ดอลลาร์ การทะยานขึ้นของราคาน้ำมันส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดปริวรรตเงินตรา ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างมาก
ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) พุ่งทะลุระดับ 98.00 จุด ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญ ได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย เทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดย EUR/USD ร่วงลงสู่ระดับ 1.0760 ขณะที่ GBP/USD ลดลงสู่ 1.2580
ผลกระทบต่อตลาดเอเชียมีความรุนแรงเป็นพิเศษ ค่าเงินเอเชียอ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะวอนเกาหลีใต้ บาทไทย และรูเปียห์อินโดนีเซีย ภาวะดังกล่าวเกิดจากปัจจัยหลายประการ ได้แก่ ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
ดัชนีหุ้นเอเชียร่วงลงอย่างหนัก นิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นลดลง 1.2% ฮั่งเส็งของฮ่องกงลดลง 0.88% และ CSI 300 ของจีนลดลง 0.96% ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ Kospi ต้องระงับการซื้อขายโปรแกรม เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น สะท้อนถึงความตื่นตระหนกของนักลงทุน
สำหรับนักเทรดค่าเงินในภูมิภาคเอเชีย ขอแนะนำให้ใช้กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด การลดขนาดออเดอร์และตั้งจุดตัดขาดทุนที่เหมาะสมเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในสภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูงเช่นนี้ ติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การเทรดตามสถานการณ์