วันที่ 28 สิงหาคม ราคาทองคำในตลาดโลกเคลื่อนไหวบริเวณ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ต่อยอดการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย ทั้งการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ การเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก และการไหลเข้าของเงินทุนในกองทุน ETF ทองคำ
จากด้านเม็ดเงิน กองทุน ETF ทองคำมีกระแสเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันมองเห็นคุณค่าในการถือครองทองคำระยะยาว ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางหลายประเทศยังคงเพิ่มปริมาณทองคำสำรองอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายความเสี่ยงและป้องกันความผันผวนของดอลลาร์ แนวโน้มการซื้อทองคำของธนาคารกลางนี้กลายเป็นแรงหนุนสำคัญที่ผลักดันราคาทองคำให้สูงขึ้น
ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ก็มีส่วนสนับสนุนเช่นกัน กองทัพสหรัฐยืนยันจะส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน “ธีโอดอร์ โรสเวลต์” พร้อมกำลังพลราว 5,000 นายไปยังตะวันออกกลาง ส่งผลให้ความตึงเครียดในภูมิภาคเพิ่มขึ้น และกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย รวมถึงทองคำ
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังคงมีโมเมนตัมขาขึ้นหลังทะลุแนวต้านสำคัญ หากราคาสามารถยืนเหนือระดับ 4,600 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง ก็มีโอกาสขยายตัวขึ้นต่อไป ขณะเดียวกัน หากดัชนีเงินดอลลาร์ฟื้นตัว ราคาทองคำก็อาจเผชิญแรงขายทำกำไรในระยะสั้น
สิ่งที่ต้องจับตาคือทิศทางของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หากอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงปรับตัวสูงขึ้น จะลดความน่าดึงดูดของทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ย ฉะนั้น นักลงทุนควรติดตามข้อมูลเงินเฟ้อและจุดยืนนโยบายการเงินของเฟดไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ
ในมุมมองระยะยาว ด้วยแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงมีอยู่ ตรรกะการถือครองทองคำระยะกลาง-ยาวยังคงแข็งแกร่ง นักลงทุนควรใช้แนวทางที่มีวินัย จัดการสัดส่วนพอร์ตอย่างเหมาะสม และบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ