ในช่วงที่ผ่านมา สกุลเงินเยนทำผลงานได้โดดเด่นกว่าหลายสกุลเงินหลัก ดอลลาร์ต่อเยนอ่อนค่าลงมาอยู่บริเวณระดับ 159 ซึ่งลดลงจากช่วงที่เคยแข็งค่ากว่านั้น ขณะที่เยนแข็งค่าขึ้นราว 2% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นแนวโน้มการฟื้นตัวของเยนที่แตกต่างไปจากช่วงก่อนหน้านี้ที่เยนอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง การฟื้นตัวครั้งนี้เกิดจากสองแรงกดดันที่มาพร้อมกัน ได้แก่ การคลายตัวของการเทรดคาร์รี และการอ่อนค่าของดอลลาร์
การเทรดคาร์รี หมายถึงการที่นักลงทุนกู้ยืมสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำอย่างเยน แล้วนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเพื่อเก็บส่วนต่าง เมื่อความต้องการความเสี่ยงในตลาดสูง การเทรดแบบนี้จะกดดันให้เยนอ่อนค่า แต่เมื่ออารมณ์ของตลาดตึงเครียดและความผันผวนเพิ่มขึ้น การเทรดคาร์รีมักถูกปิดสถานะ ทำให้เงินทุนไหลกลับสู่เยนและเยนแข็งค่า ช่วงนี้ตลาดทั่วโลกให้ความสนใจกับการลดดอกเบี้ยของเฟดและการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทำให้ความต้องการความเสี่ยงลดลง เยนจึงกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง
นอกจากนี้ การอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์ยังช่วยสนับสนุนทิศทางของเยนเพิ่มเติม การลดลงของดอลลาร์ต่อเยนสะท้อนทั้งความคาดหวังที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นจะแคบลง และการจัดสรรเงินทุนไปยังสกุลเงินอื่น ๆ ในเชิงเทคนิค เยนจะสามารถสานต่อการฟื้นตัวได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าดอลลาร์จะทรงตัวได้หรือไม่ และธนาคารกลางญี่ปุ่นจะส่งสัญญาณนโยบายอย่างไรต่อไป
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระวังความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการที่เยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงตลาดอย่างกะทันหันของการเทรดคาร์รีมักมาพร้อมกับความผันผวนที่เพิ่มขึ้น หากข้อมูลเศรษฐกิจโลกมีผลลัพธ์ที่ผิดคาด เยนก็อาจปรับตัวอย่างรุนแรงทั้งขึ้นและลงได้เช่นกัน แนะนำให้ผู้ที่เทรดเยนติดตามข่าวสารมหภาคอย่างใกล้ชิด จัดการขนาดพอร์ตและจุดตัดขาดทุนอย่างสมเหตุสมผล และหลีกเลี่ยงการตัดสินใจตามอารมณ์ในยามที่ตลาดแกว่งตัวรุนแรง